ขอให้เชื่อได้

posted on 02 Mar 2008 20:31 by arinya  in Diary

นี่...พี่คะ

หนูจะเชื่อพี่ได้ไหมนะ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาหนูเชื่อความรู้สึกของตัวเอง

มันถูกต้องทุกครั้งจนน่ากลัว ไม่ใช่แค่เรื่องที่พี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "พี่สาว" คนนั้น

...ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด

แม้แต่เรื่องของ "คนอื่น" ...แฟนคนเก่าที่คนทั้งโรงเรียนพูดเหมือนกันว่าเขา "อันตราย"

แต่พอหนูเลือกที่จะเชื่อเขา เลือกเขาและยืนอยู่ตรงข้ามกับคนทั้งโรงเรียน

หนูก็พบว่าเขาไม่ได้"อันตราย"จริงๆ

...ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด

คนทั้งโรงเรียนยอมรับเขาในที่สุด...

แต่ก็ไม่แน่นะ...บางทีเขาอาจจะแค่รู้สึกผิดที่จะต้องทรยศตัวหนูที่เชื่อว่าเขาเป็นคนดีก็ได้...

ถ้าแบบนั้น...เขาก็เป็นคนดีจริงๆสินะ?

 

 

 

มันน่ากลัวรู้ไหม

 

 

 

 

แฟนของเพื่อนที่หนูรู้สึกว่า คบกันไม่รอดแหงๆ

ก็ไม่รอดจริงๆ

ความลับของเพื่อนที่หนูรู้โดยไม่ต้องรอให้เขาบอก

ผลของการตัดสินใจที่ใช้แต่สัญชาตญาณล้วนๆ

ชีวิตที่เดินมาด้วยความบังเอิญและการเชื่อใจตัวเอง

หนูกลัวว่าจะมั่นใจในความเชื่อของตัวเองมากเกินไป ถ้ามันผิดพลาดขึ้นมา...หนูคงไม่กล้าที่จะเชื่ออีก

แต่ที่หนูเชื่อว่าพี่งานยุ่ง เชื่อว่าพี่ส่งเพลงนั้นมาให้หนูฟังเป็นคนแรก

เชื่อใจพี่

ไม่ได้คิดผิดใช่ไหมคะ

ที่ต้องทนรู้สึกคิดถึง อยากจะเขียนข้อความฝากไว้ในไฮไฟว์ก็ทำไม่ได้เพราะกลัวจะมีเรื่องกับแฟนคลับของพี่ อยากโทรแต่ก็กลัวว่าพี่จะยุ่ง อยากทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แต่ก็ไม่อยากทำให้พี่รู้สึกว่าหนูจุ้นจ้าน

มันไม่ได้เสียเวลาไปเปล่าๆใช่ไหม

ไม่ได้เข้าใจผิดอยู่ใช่ไหม

หนูเชื่อใจพี่แบบที่กำลังเชื่ออยู่ตอนนี้ได้ใช่ไหม

เชื่อใจ...แล้วก็อดทน...

ถ้าเป็นเรื่องของคนอื่น...หนูคงพูดออกมาว่า

"เพราะเธอรักเขาจริงๆ"

หนูรักพี่จริงๆสินะคะ...

ในที่สุดก็กลับมารักใครซักคนได้

ถึงจะกลัวๆอยู่บ้าง...แต่ก็ดีใจจริงๆ

ขออย่าให้มันผิดพลาดเลย...

ขอให้ความรักครั้งนี้เดินหน้าต่อไปอย่างถูกต้อง...และมีความสุข...

เท่าที่มันจะเป็นไปได้เถอะ

ขอให้เชื่อใจตัวเองได้...อย่างที่เคยเชื่อมาตลอดเหมือนทุกครั้งทีเถอะ

ความรักมันต้องมีความเข้าใจเป็นพื้นฐาน

หรือต่อให้ไม่เข้าใจ ก็ต้องยอมรับกัน...

แต่เรื่องนี้น่ะ...มันรับยากเป็นบ้าเลยยยยย

ก็เขาน่ะ เป็นผู้ชายที่มี "น้องสาว" เป็นกองทัพเลยน่ะสิ (แน่นอนว่าน้องสาวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงน้องสาวแท้ๆหรอกนะคะ)

ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยนับใครเป็นพี่ชายหรอกนะ

แต่เพราะว่าเคยนับเนี่ยแหละ เราถึงได้รู้ว่า นังน้องสาวทั้งหลาย เธอไม่ได้มีจิตใจบริสุทธิ์ไปซะทุกคนหรอก! (จริงๆแล้วคือยังไม่ค่อยเห็นน้องสาวคนไหนบริสุทธิ์ใจกับพี่ชายเลย)

คือ...ก็รู้นะว่าเขาเป็นนักดนตรี มีแฟนคลับ...มันคงไม่แปลกถ้าจะมีแฟนคลับซักคนเรียกเขาว่าพี่ชาย

เราพึ่งรู้จักเขาเท่าไหร่เอง สาวๆพวกนั้นรู้จักกับเขามานานกว่าเราตั้งเยอะ

แต่ว่า...มันมีตั้งแต่...

"คิดถึงนะคะ พี่ชาย"

ไปจนถึง...

"นี่ๆๆๆ...เสื้อน้องอ่ะ ใส่บ้างป่าว มานน้อยใจแย่แระนะ รึว่ายังไม่ผอมเลยไม่ใสj.....อิอิ....ฝานดีจ้า"
(บอกรึยังว่าเกลียดคนใช้พาสาพันนี้น่ะนะ เหนแล้วมันงุงิ อิอิ)

"พี่ชายสุดที่รักขา.... รักษาสุขภาพด้วยนะรู้ป่าว เยียวยาแต่หัวใจไม่ได้ช่วยอะไรนะ ร่างกายก็ต้องแข็งแรงด้วยรู้ป่าว? น้องสาวเป็นห่วงมากมายจ้า คิดถึงพี่ชายสุดที่รักนะคะ"

"พี่ชายเล่นทั้งทีไม่ไปเชียร์ได้ไงละคะ อยากบอกว่ามันส์มากๆ เพื่อนติดใจเลย ทั้งเพลง ทั้งวง และบรรยากาศร้าน พี่เล่นขอบคุณทั้งใน hi5-myspace-sms โหย...ซึ้งเลยค่ะ มีเล่นอีกที่ไหนบอกน้องอีกนะรู้ป่าว Love you my brother <3 " (หลังจากคอนเสิร์ตเขาจบลง)

โอ๊ยยยยยย พี่ชายๆๆๆๆๆๆๆ ซึ้งก็ไปซึ้งอยู่ข้างนอกซี่ จะมาประกาศในไฮไฟว์เขาทำไมเล่า เราอุตส่าห์ไม่เม้มไฮไฟว์เพราะไม่อยากให้แฟนคลับเขาก่อสงครามย่อยๆกัน เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วด้วย ตอนช่วงนี้เราสองคนอกหักนั่นแหละค่ะ พอเม้มกันมากๆเข้า อยู่ดีๆ บรรดาแฟนคลับจากไหนก็ไม่รู้ แห่กันมาเม้มไฮไฟว์เขาใหญ่เลย บางคนก็เอารูปที่ถ่ายคู่กันมาลงด้วย (กรี๊ดดด อิจฉา) แน่นอนว่าเคยแอบงอแงเรื่องกองทัพน้องสาวเขามารอบแล้ว แต่ก็ได้คุยกันเรียบร้อย คนที่ถ่ายรูปด้วยพึ่งเคยเจอกันครั้งแรก... แต่ว่านะ! ใครมันจะทำใจได้ฟระ

เราก็ยังเรียนอยู่ ส่วนเขาก็เหมือนอยู่กันคนละโลก มันไม่เหมือนเวลาคนที่ชอบเป็นคนใกล้ๆตัว อยากเจอก็ได้เจอ อยากคุยก็ได้คุย นี่เขาต้องทำงาน...ช่วงนี้ยิ่งได้คุยเอ็มน้อยๆอยู่...เรื่องโทรศัพท์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าซ้อมหรือว่าอัดเสียงอยู่ละก็ไม่มีทางได้เปิดเสียงมือถือหรอก...

พยายามทำใจนะ แต่มันจิตตกเป็นบ้าเลยยยย

แต่ว่าจะทำงอแงใส่เขาไม่ได้เด็ดขาด เราไม่อยากไปเป็นหนึ่งในตัวปัญหาที่เขาต้องเจอ เราไม่อยากเป็นเหมือนผู้หญิงเอาแต่ใจแบบที่เพื่อนๆบ่นกันนี่

...แย่จัง...

แต่ว่าจะมามัวเศร้าอยู่แบบนี้ไม่ได้ ต่อให้ใครจะพูดว่าเป็นพวกหน้าชื่นอกตรมก็เหอะ

คิดถึงฮาจิ(เรื่องนานะ)ขึ้นมาเลย ตอนนี้เราแอบรู้สึกแบบเดียวกับฮาจิเปี๊ยบ ความรู้สึกของฮาจิคงเป็นแบบนี้สินะ...(นึกถึงตอนที่ทาคุมิไปนิวยอร์กเดือนนึง ฮาจิทนได้ยังไงกันนะ)

แต่ "เขา" ไม่ได้ผมยาว หล่อ รวย หรือว่าเท่แบบทาคุมิ

แล้ว "เรา" ก็ไม่ได้ อายุยี่สิบ หวานแหวว น่ารัก แบบฮาจิด้วย

ที่สำคัญ...

เรา "ไม่ได้เป็นอะไรกัน" ด้วยใช่ไหมละ

เพราะฉะนั้น...คงต้องทนต่อไปสินะ...

เฮ้อ...ไม่อยากผูกมัดเขาไว้ด้วยคำว่า"แฟน"หรอกนะ...

แต่...เจอกันคราวหน้า...ชักอยากจะพูดแล้วสิ...

โอ๊ยย แต่ก็ไม่อยากเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจนี่นา T^T

ทำไงดีๆๆๆๆ

เบอร์กับเดท(?)แรก

posted on 01 Mar 2008 16:33 by arinya  in Love

หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการได้อีเมล์เขามาแล้ว (ทั้งที่จริงๆแล้วเขาอ่านไดอารี่อกหักของเราจนสงสารจะปลอบใจนั่นแหละถึงได้ให้มา)

อันต่อมาก็คือ เบอร์โทรศัพท์ค่ะ!

(เอ่อ...มีใครรู้สึกไหมว่าเหมือนเราเป็นผู้ชายกำลังไล่ตามจีบสาวอยู่เลยเนี่ย)

(คิกๆ สาวอายุมากกว่าซะด้วย)

อันนี้เกิดจากเขาจะแวะมาทำธุระแถวคณะเรา แล้วเราก็ขอซื้อซีดีวงของเขามาก่อนหน้านี้แล้ว (เพลงเพราะมาก ขอโฆษณา) เขาก็เลยจะเอาซีดีมาให้

"เอาเบอร์พี่ไปดีกว่า ... เอาเบอร์เรามาด้วย"

โฮะ โฮะ โฮะ ได้เบอร์มาโดยยังไม่ทันจะขอ (เย้)

แล้วในวันนั้นเอง แผนชวนเดทก็เริ่มขึ้น! (ไม่ใช่แผนหรอก...แบบว่า...เอ้อ...บังเอิญน่ะค่ะ)

ก็...เขาแวะมาทำธุระที่คณะเราแล้วก็เดินไปป้ายรถเมล์ด้วยกัน

อยู่ๆเขาก็พูดขึ้นมาว่า "อยากดูหนังเรื่องนั้นจังเลย ชื่ออะไรนะ เรื่องนั้นน่ะ"

"เอ็นช้านเต็ดรึเปล่าคะ หนูอยากดูเหมือนกัน"

"เน้อๆ"

"ช่าย"

แล้วก็เงียบ...

เงียบค่ะ...เงียบเลย จบบทสนทนา

จนรุ่นพี่ที่เดินอยู่ด้วยกันทนไม่ไหวพูดขึ้นมาว่า "ทำไมไม่ไปดูด้วยกันซะเลยล่ะ"

ประเด็นคือ รุ่นพี่คนนั้นชอบ "เขา" อยู่เหมือนกัน แถมเราก็ดันอายขึ้นมาซะด้วย เราก็เลยพูดออกไปแบบไม่ได้คิด

"อ๊า...อย่าเลย อย่าเลย เดี๋ยวหนูว่าอาจจะไปดูกับเพื่อนน่ะค่ะ"

แต่แน่นอน...ในใจเราไม่ได้คิดแบบนั้น ! ชวนสิคะ พี่ขา ชวนหนูไปหน่อยๆๆๆ (เสียงกรีดร้องในใจ) เราก็เลยกะว่า คืนนี้ล่ะ เล่นเอ็มเมื่อไหร่ต้องหาทางทำให้เขาชวนเราไปดูหนังให้ได้! (ป๊าด)

และแล้ว...

เราก็พยายามทั้งหว่านทั้งล้อม ชักแม่น้ำทั้งห้า วนไปวนมาพยายามส่งกระแสจิตให้เขาชวน

จนในที่สุดก็ตีสอง...(คุยกันตั้งแต่สามทุ่มสี่ทุ่ม)

แต่จริงๆมันเพราะว่าเขาคุยสนุกด้วยแหละ เลยคุยเพลินออกนอกเรื่องไปหลายที

และแล้ว(อีกครั้ง) ประโยคเด็ดก็มาถึง เมื่อเขาถามเราว่า...

"ไปดูกับใครมั่งอ่ะ"

"ไม่แน่ อาจจะโทรงัดเพื่อนออกจากเตียงค่ะ พี่ละคะ"

"ถามว่าไปดูกับใครอ่ะเหรอ"

"ค่ะ"

"ไม่รู้จิ"

....

เงียบ...

และแล้วในตอนนั้นเอง เราก็น็อตหลุด

"โอ๊ยยยย พี่อ่ะ เลิกแกล้งติงต๊องได้แล้ว (โหมดปรอทแตก เอาชนะความกลัวอย่างรวดเร็ว) ไป ดู ด้วย กัน ไหม คะ"

เขาก็ เอ๊ย เปล่าแกล้งซะหน่อย

"ก็ไหนว่าจะไปดูกับเพื่อน"

"หนูบอกว่า จะโทรไปงัดเพื่อนออกจากเตียง ...เอาเถอะ โทรไปขุดมันออกมาจริงๆเลยดีกว่า"

"...อ้าว...ไปดูกับพี่ป่ะล่ะ"

โอ๊ย...อ้อมโลกมาชั่วโมงนึง รอคำนี้เนี่ยแหละ!

แล้วเราก็"ว่าจะ"ไปดูหนังกัน

"ว่าจะ" นะคะ

เพราะเขาดันเกิดตื่นสายและต้องเตรียมตัวแสดงคอนเสิร์ต

ผลก็คือ...เลี้ยงฟูจิหลังจากที่เราต้องไปแก่วอยู่กับเพื่อนๆแทนหลายชั่วโมง

ตอนแรกก็โมโหนะ แต่พอเห็นหน้าเขาปุ๊บ คำๆแรกที่ออกจากปากเรากลับกลายเป็น

"กินข้าวรึยังคะเนี่ย"

จากที่ว่าจะงอน ก็กลายเป็นขำแทน

แล้วเราก็ไปกินข้าวด้วยกัน พึ่งรู้ว่าเก้าอี้สองที่ของฟูจิมันแค๊บแคบแฮะ

ตอนนั้นก็กินไปตื่นเต้นไป ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงดี เอามือไปไว้ตรงไหน มองที่ไหน

แล้วในตอนนั้นเอง เราก็ได้จุดพักสายตาค่ะ

ตาของเขา...สีสวยมากๆเลยล่ะ

สีน้ำตาลอ่อน แต่มองไม่เห็นรูม่านตา...

แปลกใช่ม๊า มีคนบอกว่าตาที่ไม่เห็นรูม่านตามันน่ากลัว แต่ตาเราก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่เป็นสีน้ำตาลเข้ม เวลาส่องกระจกเราก็ชอบมองสีตาตัวเองบ่อยๆ

รู้ตัวอีกทีเขาก็หน้าแดงไปแล้ว

ฮิๆ เวลาเขาเขิลนี่น่ารักเป็นบ้าเลย

แล้วเราก็ไปโรงละครด้วยกัน

เดทแรกของเราจบลงเท่านี้

ตลกดีเนอะที่ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงนั่น จะทดแทนเวลาน่าหงุดหงิดทั้งหมดนั่นไปได้...

แค่คิดถึงก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ