Love

วันที่เราบอกรัก

posted on 29 Feb 2008 15:41 by arinya  in Love

วันนั้นเป็นคืนวันอาทิตย์ วันที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้วล่ะ ไม่ได้เปิดสมุดดูซะด้วย

สำหรับความรัก อยากบอกว่ามันเหมือนจะไม่สำคัญเท่าไหร่

แต่สำหรับตัวของ "เรา" มันสำคัญมากๆ

มันทำให้เราได้รู้ว่า ความรัก และ การรักใครซักคนไม่ใช่เรื่องผิดหรือเรื่องน่ากลัว

มันไม่ใช่อาการป่วยแบบที่เราคิดเสมอๆด้วย

เขาเป็นคนบอกเราเอง

บอกด้วยตัวเองหลังจากเราสารภาพรักไป คิดนานมากว่าจะกดส่งประโยคนั้นไปดีไหม (แต่แอบรู้สึกไม่ดีเลย ทำไมต้องผ่านเอ็มด้วยนะ อยากให้มันโรแมนติกหน่อยนี่นา... >.<)

"หนูชอบพี่ แค่นั้นแหละ จบ ออฟไลน์ ดึงสายโทรศัพท์ออก"

"เฮ้ย เดี๋ยววว"

นี่เหรอความเป็นผู้ใหญ่ แปลกดีจริงๆ ดีจริงๆด้วยนั่นแหละ

เขาไม่ได้ปฏิเสธ หรือว่า รังเกียจเลย

แต่เราก็เข้าใจ เขาพึ่งเลิกกับแฟน

เราเองก็พึ่งอกหัก

ทบทวนความรู้สึกให้ดีๆซะก่อน

ไม่ใช่วันหนึ่งตื่นขึ้นมา แล้วรู้สึกว่ามีอะไรที่มันไม่ใช่

วันที่เราบอกรัก ไม่ได้เป็นแค่วันที่เราบอกรักเพียงอย่างเดียว

แต่ยังเป็นวันที่เราได้เรียนรู้เขามากขึ้น

แล้วก็เป็นวันที่ได้รู้บทเรียนดีๆอีกอย่าง

"อย่ากลัวอนาคตที่ยังไม่มาถึง"

 

 

 

 

อืม...ผู้ชายคนนี้ นอกจากจะเป็นคนที่เราชอบแล้ว ยังเป็นคนที่เรานับถือด้วย

โตขึ้นอยากเป็นอย่าง "เขา" จังเลย

โอ๊ย สับสนระหว่างฮีโร่กับคนที่ชอบซะแล้ว >.<

ชอบเขาอีกครั้ง

posted on 29 Feb 2008 13:01 by arinya  in Love

หลังจากที่ "เรา" ถึงกับใจเต้นกับกิริยา "หัวเราะดอกไม้บาน" ของ "เขา" แล้ว

เราก็รู้สึกตัวว่าแอบมองเขาบ่อยๆ แม้ว่าในขณะเดียวกัน เราจะมีรุ่นพี่ที่เข้ามาเล่นด้วย

แปลกชะมัด ในชีวิตสิบเก้าปีของเรา เวลาที่เราจะชอบใครจะต้องมีคนสองคนเสมอ ตอนที่เรามีแฟนคนแรกด้วย เหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนกันจนน่าหัวเราะเลยล่ะ (ยกยอดไว้ทีหลัง) คนหนึ่งจะเป็นคนที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ส่วนอีกคนจะเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ

แต่ว่า...สิ่งที่ทำให้เรา"ตัดใจ"จากเขาได้ทันทีก็คือวันที่เราเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในห้องพักของนักแสดง เธอเป็นคนสวย สูง หุ่นดี แต่งตัวดี เรียกว่าเป็นผู้หญิงแบบที่ผู้หญิงหลายๆคนอยากเป็น

และผู้หญิงคนนั้นก็เป็นแฟนเขา...

เราหันไปชอบรุ่นพี่อีกคนด้วยความรู้สึกเสียดายนิดๆ แต่ก็นะ...ใจหนึ่งก็รู้สึกโล่ง เพราะว่า...เราจะได้ไม่ต้องรู้สึกแย่กับตัวเองที่ไปรู้สึกดีกับคนสองคนพร้อมๆกัน...

แต่ว่า "ความบังเอิญ" ประหลาดๆมันก็เริ่มขึ้นตรงนี้นี่แหละ

หลังจากที่เราว่าเราตัดใจและหันไปชอบรุ่นพี่อีกคนได้แล้ว อยู่ๆก็รู้สึกคิดถึงเพื่อนเก่าๆที่แยกย้ายกันไปอยู่หลายๆคณะหลายๆมหา‘ลัยกันมากๆ

เราโทรไล่ไปทีละคน เพื่อจะบอกว่า "เอ้อ คิดถึงนะแก"

แล้วพอถึงเพื่อนคนหนึ่ง มันก็ชวนเราคุยแล้วคุยไปคุยมา ชื่อของรุ่นพี่คนนั้นก็หลุดออกจากปากมัน เราเลยลองถามไปเล่นๆว่า นี่เขามีแฟนยังวะ?

คำตอบที่ได้ทำเราสะอึก...

"มี มีแล้ว เขารักแฟนเวอร์ๆเลยเหอะแกเอ๊ย แฟนเขาน่ารักจะตาย เป็นคู่รักอมตะเลยนะแก เนี่ยนะวันนั้นเรา....บลาๆๆๆๆ"

เพื่อน...เราพล่ามยาวเหยียด จนเราต้องโกหกมันว่าเดินมาถึงคณะแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ถึง...ฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว

รักแฟนเวอร์ๆเหรอ คู่รักอมตะเหรอ แล้วที่เล่นกับเราก็คือเล่นๆใช่ไหม แปลกที่ร้องไห้ออกมา ทั้งที่เราไม่ใช่คนที่จะร้องไห้ให้กับผู้ชายคนไหนที่ทำเราเจ็บที่ใจ

แต่วันนั้นเรากอดเพื่อนร้องไห้

"ไหนว่าอกหักมันไม่ตายไงวะ ฉันเจ็บจะตายอยู่แล้วนะแก"

เพื่อนปลอบเราแล้วให้เราไปหาอะไรทำ...

แล้วเราก็บ้าเล่นไฮไฟว์ไปเลย....

มันเหมือนกับว่าเราต้องการความสนใจจากคนอื่นมากขึ้น แล้วอีกอย่างมันเป็นการพักละครครั้งแรกหลังจากทุ่มกับมันมาอาทิตย์กว่าๆ ก็เลยเหงาๆ

แล้วเราก็เห็น Status ที่ไฮไฟว์ของเขาที่พึ่งเปลี่ยนเหมือนกัน เขียนคล้ายๆกับว่ากลับมาเป็นโสดหรืออะไรทำนองนั้น

อ๋อ เหรอ ก็คิดแค่นั้นแหละ มันไม่ใช่อารมณ์ที่จะมาดี๊ด๊าอะไรนี่...

แต่ที่สะกิดใจคือเพลงของเขา ที่เขาแต่ง ร้อง แล้วก็เล่นดนตรีเอง มันเป็นเพลงอกหักนั่นแหละ ฟังแล้วก็รู้สึกอินมากกก เราก็เลยบอกเขาไปว่าชอบเพลงนี้นะ

แล้วเราก็เริ่มคุยกัน ผ่านทางไฮไฟว์

จนวันที่กลับไปที่โรงละครอีกด้วยความรู้สึกกังวลนิดหน่อย เพราะเรารู้สึกว่าสนิทกับ"เขา"ที่คุยโต้ตอบกันทางไฮไฟว์แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะคุยกับเขาตัวเป็นๆยังไงดี... 

เริ่มด้วยเราทักทายเขาแล้วก็บอกว่าเพลงนั้นน่ะ โดนมากๆเลย

เขาก็ยังบอกว่าเหมือนตอนนั้นแต่งให้ตัวเองในอนาคตเลย

"พี่ก็อกหักเหมือนกันเหรอคะ"

"อือ เช้าวันจันทร์ เช้ามืดเลย"

"เอ๊ะ...หนูก็เช้าวันจันทร์เหมือนกันค่ะ"

เป็นความเหมือนที่กระอักกระอ่วนยังไงไม่รู้ แต่มันกลับทำให้เราหันมามองเขาอีกครั้ง

ไม่ใช่ว่ามองแบบนั้นนะ เราแค่อยากรู้ว่าคนที่กำลังเจ็บเขาเป็นแบบไหน ก็มันเป็นครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้ร่วมกับคนอื่น

เขายิ้ม หัวเราะ แล้วก็เป็นเหมือนปกติ...

ผู้ใหญ่เป็นแบบนั้นเหรอเนี่ย... ตอนแรกเราคิดแบบนั้น แต่ว่าหัวใจตัวเองก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่หรอก ใครจะหายได้ถ้าข้างในยังเป็นแผล

ถ้าเขาไม่หายแล้วจริงๆ เขาต้องกำลังเจ็บอยู่ข้างในมากๆแหงๆเลย

แต่เขาก็ยังยิ้มได้ แถมยังให้กำลังใจเราได้

เราได้อีเมลล์ของเขามาในวันที่ความรู้สึกดิ่งลงมากที่สุด

เล่าเรื่องของเราให้เขาฟังไป แล้วเขาก็เล่าเรื่องของเขาเหมือนกัน ฟังไปเล่าไปก็ร้องไห้ไป แต่พอเวลาผ่านไปมันก็กลายเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะคิกคัก

เขาเองก็บอกว่ายิ้มเป็นระยะๆเหมือนกัน ดีนะที่เล่นอยู่คนเดียวไม่คงโดนมองว่าเป็นบ้า

เรารู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ทั้งที่เมื่อกี้ยังร้องไห้ รู้สึกดีใจที่เราเองก็เป็นกำลังเล็กๆให้กับใครซักคนได้

แล้วตอนนั้นแหละที่เราฉุกคิดขึ้นมา...

แย่แล้ว...

เราชอบเขาเข้าอีกครั้งซะแล้ว

ความประทับใจแรก

posted on 29 Feb 2008 00:00 by arinya  in Love

การพบกันครั้งแรกของเรา

เราเป็นเด็กฝึกงาน ส่วนเขาเป็นนักแสดง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย...

เพียงแต่...ไอ้นิสัยเหล่หนุ่มของเรานั่นแหละที่เริ่มก่อน

เขาเท่จังเลยแฮะ...เป็นอาหารตาที่ดี ฮี่ๆ

แต่ว่าเขาไม่ได้มาที่โรงเร็วๆเหมือนกับนักแสดงคนอื่น เราเลยไม่ค่อยได้นั่ง "เหล่" นานนัก

ในบรรดานักแสดง เขาอยู่ในกลุ่มที่เข้าถึงยากเลยล่ะ ถ้าไม่ได้การเล่นไพ่ช่วยเอาไว้ ก็คงไม่ได้เข้าไปรู้จักกันแน่ๆ (นักแสดงบ้าเล่นไพ่กันหลายคน)

เขาก็ไม่ได้เ็ป็นอะไรมากกว่า ขาไพ่และอาหารตา

แต่ว่าวันนึง ตอนที่กำลังจะซ้อมในฉากที่เราต้อง่ทำหน้าที่คอยยันอุปกรณ์การแสดงในฉากที่จะมีการทะเลาะกัน (แล้วก็ฟาดไอ้อุปกรณ์นั่นโครมๆ) เรากับเพื่อนก็มายืนเตรียมพร้อมไว้ เขาที่เดินเข้ามาทีหลังเลยได้เห็น "เบื้องหลัง" ของฉากทะเลาะที่ไม่เคยเห็นมาก่อน (เพราะแสดงในฉากนั้นด้วย)

แล้วเขาก็หัวเราะออกมา

เราเรียกอาการนั้นว่า "หัวเราะดอกไม้บาน" ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูน มันต้องมีดอกไม้บานแน่ๆล่ะ

ใครจะคิดว่าผู้ชายท่าทางเงียบๆ ดุๆ เถื่อนๆ แบบนั้นจะหัวเราะได้จริงใจขนาดนั้น

นั่นเป็นภาพความประทับใจแรกที่เราได้จาก "เขา"

นั่นแหละ