สับสนนิดๆ

posted on 15 Mar 2008 11:09 by arinya  in Diary

ช่วงนี้มีความสุขกับชีวิตขึ้น...พอสมควรเลย

มีอะไรให้ทำ ไม่ต้องฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว  มี"ภารกิจ"ใหญ่ที่ต้องฝ่าฝันด้วย (จะได้ไม่นั่งจิตตกไปวันๆ)

แม้แต่เรื่องของเขาก็ได้คุยกันมากขึ้น เฮะๆ...(ดีขึ้นตั้งแต่ก่อนกลับจากค่ายละ)

แต่ว่าบางทีก็รู้สึกสับสนในตัวเองเหมือนกันนะ

เป็นห่วงเขา อยากคุย อยากเจอ อยากไปดูหนังด้วยกัน (นัดหลายทีละ...ได้ข่าว)

ไม่ได้เจอกันมาเดือนนึงแล้วล่ะ ตอนนี้ทำตัวเป็นนางในโทรศัพท์อย่างแรง ก็ได้คุยกันบ้าง ไม่ได้คุยบ้าง เวลาเขาติดงาน 

แอบคิดนะว่าเหมือนอยู่กันคนละโลกเลย...

ก็พยายามคิดถึงตอนที่ชอบเขาใหม่ๆ แค่ให้เขามีความสุขเราก็พอใจ 

อยากรู้ความรู้สึกของเขาเหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าถาม 

บางทีก็โดนบ่นว่า...ทำไมไม่ทำอะไรให้มันชัดเจนไปเลย?

ก็ได้แต่ยิ้มแหะๆ 

แล้วตอนนี้เราเป็นอะไรกันหว่า 

เพื่อนสนิทเหรอ? ก็รู้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น เพื่อนมันก็ต้องรุ่นเดียวกัน หรืออายุใกล้ๆกันสิ

พี่ชาย? ไม่มีทาง!

ถ้าถามว่าเขาเป็นอะไรสำหรับเรา...ก็เป็นคนที่เราชอบ เป็นฮีโร่ด้วย

แต่ถ้าถามว่าเราเป็นอะไรกัน หรือว่าเราเป็นอะไรสำหรับเขา...

...ไม่รู้สิ...ไม่กล้าถามด้วย  ต่อให้คำตอบอาจจะเป็นแง่บวกมากกว่าแง่ลบก็เถอะ

ดูเหมือนว่าอาการกลัวผู้ชายและกลัวความรักยังไม่หายไป 

แล้วที่ชอบเขา หึงเขา หวงและห่วงเขา มันคืออะไรกันนะ

ในเมื่อ...ยังกลัวอยู่เลยว่าถ้าเขารู้สึกกลับกัน

เราคงทำอะไรไม่ถูกไปเลย จะว่าไม่ชอบ มันก็ไม่รู้สิ...

เฮ้อ...เรื่องหัวใจนี่มันเข้าใจยากจริงๆเลยแฮะ...

ไปนอนแล้วดีกว่า...อวยพรให้เขานอนหลับโดยไม่ฝันละกัน...ช่วงนี้ไม่ค่อยได้พักผ่อนเลย เป็นห่วงสุขภาพนะเนี่ย เชอะๆ

 

(ทำไมต้องเชอะๆ?)

เกือบไปแล้วไง ความรัก

posted on 07 Mar 2008 20:38 by arinya  in Diary

หลังจากที่จิตดิ่งลงเหวไปวันสองวัน

เราก็เกิดพุทธปัญญาขึ้นมาระหว่างที่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนค่ะ

เรื่องที่เราเล่าไป ยิ่งเล่ายิ่งรู้สึกว่าตัวเองแย่

ขี้หึง ขี้ระแวง กลายเป็นผู้หญิงแบบที่เราไม่ชอบและไม่อยากเป็น

"เรา"ที่เคยมีแต่ ความรัก ให้เขาไป หายไปไหนซะแล้วล่ะ?

เรากำลังหวังอะไร?

เรากำลังต้องการอะไร

นึกถึงตัวเองตอนที่แต่งตัวปอนๆ วิ่งหยิบของให้นักแสดง

เราที่หัวเราะงอหายได้โดยไม่ต้องอายใคร

เราที่นั่งเขียนการ์ดให้เขาบนรถไฟใต้ดินตอนเช้าก่อนไปโรงละคร

เราที่หวังเพียงแค่จะเป็นกำลังให้เขา

แค่เขารู้สึกดีขึ้น เราก็พอใจ

เราเรียกร้องขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ความรักที่เคยทำให้เรามองโลกได้สดใส

มันทำให้เรากลายเป็นคนจิตตกขนาดนี้ได้ยังไง

เราเลี้ยวไปผิดทางซะแล้ว ดีนะที่รู้สึกตัวขึ้นมาซะก่อน

ถอยกลับไปหนึ่งก้าว

กลับมารักตัวเอง

และรักตัวเองที่รักเขา

พอคิดได้ ความกังวลทั้งหลายก็หายไปหมด

คนเราจะอยู่ในที่ที่สบายและมีความสุข

การที่เขาไม่ได้รู้สึกไม่มีที่ไปขนาดมาต้องนั่งเล่นไฮไฟว์ มันก็ดีแล้วนี่?

ตลอดเวลา แค่บางเวลา กับ ในเวลาที่ว่าง

มีตัวเลือกมากมายที่จะใส่เข้าไปใน "เวลา" สามตัวเลือกนี้

ทั้ง คิดถึง โทรหา คุยกัน ร้องเพลง เล่นดนตรี วาดรูป เล่นอินเตอร์เน็ต และอื่นๆอีกตั้งเยอะแยะ

ตอนแรกก็แอบเศร้าว่า "การโทรหาเรา" มันไม่ได้อยู่ในสามช่องนี้เลยเหรอ

แต่ตอนนี้คิดได้แล้วล่ะ

ให้"การโทรหาเรา" มันอยู่ในช่อง "เมื่ออ่อนแอ" "เมื่อต้องการ"

และ...

"เมื่อคิดถึง"  

แบบนั้นดีกว่าเยอะเลย

คิดถึงเมื่อไหร่ก็โทรมา มีเรื่องไม่สบายใจก็โทรมาได้

แล้วจะ"เคลียร์"เวลาให้

แหม...ก็ตอนนี้เวลาของเรา เราก็ต้องใช้มันอย่างคุ้มค่าเหมือนกันนี่นา?

ไปเขียนเรื่องส่งประกวดต่อ รอถ่ายทอดคอนเสิร์ตดีกว่า ^ ^

รู้สึกดีมากขึ้นแล้วล่ะ ฮิๆ

หึงและจิตตก...แง

posted on 06 Mar 2008 13:54 by arinya  in Diary

โอ๊ย มันอาจจะเป็นความผิดของเราเองที่สะเหร่อเปิดดูไฮไฟว์ของเขา

ใช่ไหม...ใช่ไหมคะเนี่ย???

ประเด็นคือวันนี้เขาจะไปเล่นคอนเสิร์ตต่างจังหวัด

ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่มีทางไปได้

แถมช่วงนี้เขาก็ติดงาน อัดเพลง ถ่ายละคร

ก็เลยไม่ได้ออนเอ็ม แล้วก็ไม่ได้คุยกันเลย...

วันนั้นโทรมา ยังคุยไม่ถึงนาทีเลย...ก็เศร้าแหละ

และที่ร้ายคือ พอเขากลับมาวันอาทิตย์ปุ๊บ วันรุ่งขึ้นเราก็ต้องไปค่ายต่างจังหวัด

โอ๊ย เจ็บใจๆ

วันนี้เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก กดเปิดไฮไฟว์เขาดู...

แล้วก็เจอข้อความ...จาก...น้องสาวของเขา(อีกแล้ว)

คนที่เอารูปตัวเองกับรูปเขาแปะไว้นั่นแหละ

ก็มาโพสท์ไว้อารมณ์ว่าอยากไปดูวงของพี่ชายสุดที่รักนะคะ แต่มันไกลมากก เพื่อนก็ไม่ว่าง ถ้าบินคนเดียวจะเป็นยังไงนะ

ก็...เฮ้อ...อิจฉาจังคนที่ทำงานแล้วนี่ดีชะมัด รู้ว่าตั๋วไปเชียงใหม่มันก็ไม่ได้แพงมาก (เอ๊ะ หรือว่าแพง?) แต่บ้านเราจะปล่อยไปเหรอะ! ได้แต่ดูผ่านเว็บแค่นั้นแหละ โฮ...ทุกทีเลย ได้แต่ดูผ่านเว็บ ดีนะที่มีเน็ตไฮสปีด...ถ้ามันไม่ไฮขึ้นมา เราคงเศร้ากว่านี้อีก...

แล้ววันหนึ่งก็ผ่านไป

เราก็เข้าไปในไฮไฟว์ตัวเอง และก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไฮไฟว์เขา...

อ๊ากก น้องสาวคนนั้นมาเม้มว่าได้ไปเชียงใหม่แล้ว!!!!

เอาเหอะ แฟนเพลงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (กรุณาจินตนาการหน้าตาเราไปด้วยนะ) แค่แฟนเพลงละน่า ไม่รู้ว้อย แฟนเพลง ก็แฟนเพลงเหอะ!

หึงงงงงงงง หึงมาก หึงที่สุด หึงได้อีก

อย่าพูดนะว่าเราไม่มีสิทธิหึง

หึงเป็นสิทธิส่วนบุคคลโว้ย (สติแตกไปแล้ว)

แล้วขอโทษนะคะ มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าแม่น้องสาวคนนั้นไม่บริสุทธิ์ใจสุดๆอ่ะ (ตอนโพสท์ครั้งแรกตกคำว่า ใจ ขอโทษนะคะ...คุณน้องสาวคนนั้น...แต่เราก็ยังหึงคุณอยู่ดีล่ะ) 

ในไฮไฟว์มันใส่สไลด์รูปได้ใช่ไหมคะ?

นั่นแหละ ทั้งสไลด์อ่ะ ทั้งสไลด์เลย (เน้นแบบสุดๆ ทั้งตัวเอียง ตัวหนา ขีดเส้นใต้)

เต็มไปด้วยรูปพี่ชายสุดที่รัก (งืม..ตั้งแต่ตอนไว้หนวดเล่นละครเลยแฮะ) กับรูปคนอื่นในวงเล็กๆน้อยๆ

แต่ไม่มีรูปคนอื่นเลยค่ะ ไม่มีแม้แต่รูปเดียว

จะหาว่าเราหึงหน้ามืดตามัวก็ได้นะ

แต่มันก็หึงอ่ะ

ฮือ...ถ้าเจอกันในงานคอนเสิร์ต ก็ต้องขอถ่ายรูปกันอีก แล้วก็ต้องเอามาโพสท์เอามาขึ้นสไลด์อีก...

เศร้าอ๊าาาา

เฮ้อ...แถมเขาก็ไม่ได้มาเม้มไฮไฟว์เรานานแล้วด้วยนะ...

แต่เขาก็เม้มของน้องสาวคนนั้นนะ...เชอะๆ

ถึงจะเคยพูดว่า "ท่าทางเขาจะเป็นคนในเน็ตน่ะ" กับ "แต่พี่ไม่อะไรกับแฟนเพลงหรอก" ก็เถอะ...

อะไรๆมันก็เปลี่ยนกันได้ใช่ไหม?

...เอาเถอะ...ถ้าหลังจากนี้อะไรๆมันดีขึ้น ก็ถือว่านี่คืออุปสรรคพิสูจน์

แต่ถ้ามันแย่ลง...

...ก็คงได้เวลาปิดบล็อกนี้ซะละมั้ง?

 

 

 

 

 

 

แต่ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย...ฮือ...

(กลับจากค่ายคงจะดีขึ้นละมั้ง? ขอให้อะไรๆมันดีขึ้นเถอะ เพี้ยงๆๆๆๆ)